เต่าท้องอืด เต่าบวมแก๊ส ดูยังไง รักษายังไง
เต่าท้องอืด (Bloating / Gastrointestinal Stasis) เป็นภาวะที่ระบบทางเดินอาหารทำงานช้าลงหรือหยุดทำงาน ทำให้เกิดการสะสมของแก๊สในลำไส้ ท้องขยาย และปวด ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตที่พบได้ในเต่าบกเลี้ยง
สาเหตุที่เต่าท้องอืดเกิดจากอะไร
- การกินอาหารบางชนิดในปริมาณที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะผักผลไม้ที่มีน้ำตาลหรือคาร์โบไฮเดรตสูง เช่น กล้วย ฟักทอง มะม่วง ทำให้เกิดการหมักและเกิดแก๊สในทางเดินอาหาร ดังนั้นผู้เลี้ยงของควรเฝ้าระวังและจำกัดปริมาณการให้ผลไม้ หรือบางกรณีอาจต้องงด
- อุณหภูมิต่ำเกินไป ทำให้การย่อยและการเคลื่อนไหวของลำไส้ช้าลง
- ขาดการเคลื่อนไหว เต่าที่อยู่ในพื้นที่แคบหรือไม่ค่อยได้เดินจะมีปัญหาการขับแก๊สส่วนเกิน
- การกลืนกินสิ่งแปลกปลอม เช่น ดิน หิน หรือวัสดุปูพื้น
- ความเครียดหรือการเปลี่ยนอาหารอย่างรวดเร็ว ทำให้สมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้เปลี่ยนไป

จะรู้ได้ยังไงว่าเต่ามีอาการท้องอืด
- ท้องขยายผิดปกติ โดยจะสังเกตได้ง่ายในเต่าอายุน้อย
- กินอาหารน้อยหรือไม่กินเลย
- ไม่ถ่ายอุจจาระ หรือถ่ายน้อยลง
- เคลื่อนไหวช้า ซึม หรือไม่ตอบสนอง
การตรวจวินิจฉัยและรักษาของสัตวแพทย์
สัตวแพทย์จะเริ่มจากการซักประวัติการเลี้ยง อาหาร และอุณหภูมิแวดล้อม ซึ่งถือเป็นข้อมูลสำคัญ ดังนั้นผู้เลี้ยงควรให้รายละเอียดให้ได้มากที่สุด เมื่อได้ข้อมูลแล้ว สัตว์แพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ได้แก่
- ตรวจร่างกายและความผิดปกติภายนอก
- ตรวจอุจจาระเพื่อหาเชื้อสาเหตุ เช่น พยาธิหรือเชื้อจุลชีพ
- อาจมีการเอกซเรย์เพื่อตรวจความผิดปกติในทางเดินอาหารเพิ่มเติม
- ในกรณีรุนแรงสัตวแพทย์อาจพิจารณาให้สารน้ำ ยากระตุ้นการทางเดินอาหาร หรือยาปฏิชีวนะตามความเหมาะสม
วิธีป้องกันโรคท้องอืดในเต่าบก
- ควบคุมอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมตามชนิดเต่า (ส่วนใหญ่ประมาณ 28–32°C)
- จัดอาหารที่มีกากใยสูง เช่น หญ้าแห้ง ใบหญ้า ใบไม้พื้นเมือง หลีกเลี่ยงผลไม้และอาหารที่มีแป้ง
- ให้เต่าได้เดินและแช่น้ำอุ่นเป็นประจำ เพื่อช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหารและขับถ่าย
- หากพบว่าเต่าท้องขยายไม่ยุบ หรือไม่ถ่ายเกิน 2–3 วัน ควรรีบนำไปพบสัตวแพทย์
ปัญหาท้องอืดและท้องเสียในเต่าบก เป็นสัญญาณสำคัญที่บ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบทางเดินอาหารซึ่งไม่ควรมองข้าม เพราะอาจลุกลามจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
การดูแลเต่าบกให้มีสุขภาพดีควรเริ่มจากอาหารที่เหมาะสม การควบคุมอุณหภูมิ การมีพื้นที่ให้ได้ออกกำลังกาย และการสังเกตพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติ ควรรีบปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
โรงพยาบาลสัตว์ ดารินรักษ์ (Darin Animal Hospital)
214 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 29 แยก 10 (รามอินทรา 14) จรเข้บัว ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 10230


